เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมของรัฐสภายุโรป (the European Parliament’s Environment Committee; ENVI) มีมติรับรองข้อเสนอของคณะกรรมาธิการยุโรปในการขยายขอบเขตของมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism; CBAM) จากเดิมที่ครอบคลุมเฉพาะวัสดุพื้นฐาน เช่น อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ไฟฟ้า และเหล็ก              ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ (downstream products) ที่ใช้เหล็กและอะลูมิเนียมในปริมาณสูงจำนวน 180 รายการ เช่น เครื่องจักร ฮาร์ดแวร์และผลิตภัณฑ์โลหะ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และอุปกรณ์ก่อสร้าง เป็นต้น ทั้งนี้ ยังได้มีการเพิ่มมาตรการป้องกันการหลบเลี่ยง (anti-circumvention) ที่เข้มงวดขึ้น โดยให้ครอบคลุมสินค้าที่ถูกดัดแปลงเพียงเล็กน้อย (slightly modified goods) นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังเสนอให้เพิ่มกฎเกณฑ์ใหม่สำหรับการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อปิดช่องโหว่ของการนำเข้าสินค้า โดยใช้เกณฑ์น้ำหนักรวมของผู้ขายแต่ละรายแทนการพิจารณาเป็นรายพัสดุ รวมทั้งให้อำนาจแก่คณะกรรมาธิการยุโรปในการใช้ค่ามาตรฐานของประเทศต้นทางที่แท้จริง (default values) หากตรวจพบการหลบเลี่ยงมาตรการ ซึ่งมาตรการดังกล่าวมุ่งเป้าไปที่สินค้าที่ผลิตจากวัสดุที่นำเข้าจากจีนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ รัฐสภายุโรปมีกำหนดรับรองท่าทีการเจรจากับประเทศสมาชิกในการประชุมใหญ่เดือนกันยายน 2569

ที่มา European Parliament / ESG Today / European Commission / GOV.UK / Eurometal

ข้อมูลเพิ่มเติม/ความเห็น สคต.

สหราชอาณาจักรมีกำหนดบังคับใช้ UK CBAM ในวันที่ 1 มกราคม 2570 โดยขณะนี้มาตรการ CBAM ของ สหราชอาณาจักร ครอบคลุม 5 กลุ่มสินค้า ได้แก่ อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฮโดรเจน และเหล็ก ซึ่งการขยายขอบเขต CBAM ของคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมของรัฐสภายุโรปครั้งนี้ อาจส่งผลให้สหราชอาณาจักรพิจารณาปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสหภาพยุโรปในอนาคต สำหรับผู้ประกอบการไทย มาตรการดังกล่าวจะกระทบกับสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังสหภาพยุโรป โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์โลหะแปรรูป ซึ่งเดิมไม่อยู่ในขอบเขต CBAM ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรเตรียมความพร้อมด้านระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบและข้อมูลการปล่อยคาร์บอนระดับผลิตภัณฑ์ รวมถึง ติดตามความคืบหน้าของมาตรการ CBAM อย่างใกล้ชิด