สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 50 เป็น 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ราคาจำหน่ายน้ำมันในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 13 สำหรับน้ำมันเบนซิน ขณะที่น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25
บริษัท KPMG UK ได้ทำแบบสำรวจผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรจำนวน 3,000 คน ในเดือนมีนาคม 2569 ถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร โดยร้อยละ 62 ของผู้บริโภคเห็นว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรกำลังแย่ลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในช่วง 12 เดือนข้างหน้า อีกทั้งยังบ่งชี้ว่าผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะหลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าราคาแพง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และหันไปให้ความสำคัญกับการออมเงินมากขึ้นเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่อาจจะเพิ่มขึ้นหลังช่วงฤดูร้อน แม้ว่ารัฐบาล สหราชอาณาจักรจะมีมาตรการจำกัดราคาพลังงาน (energy price cap) ซึ่งจะส่งผลให้ราคาพลังงานลดลงในเดือนเมษายน 2569 แต่บริษัทที่ปรึกษาด้านพลังงาน Cornwall Insight คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายพลังงานของครัวเรือนอาจเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 300 ปอนด์/ปี ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569
สมาคมค้าปลีกอังกฤษ (British Retail Consortium: BRC) ระบุว่าภาคธุรกิจและเกษตรกรของสหราชอาณาจักรได้รับภาระต้นทุนบางส่วนที่สูงขึ้น แต่หากราคาพลังงานยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องก็จะส่งผลให้ผู้บริโภคต้องรับภาระราคาที่เพิ่มขึ้น ทางด้านสหภาพเกษตรกรแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NFU) เตือนว่าราคาสินค้าอาหารในสหราชอาณาจักรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงและปุ๋ยสูงขึ้น โดย NFU คาดว่าราคาผัก เช่น แตงกวา พริก และ มะเขือเทศ อาจปรับขึ้นภายใน 6 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นพืชที่ปลูกในโรงเรือนซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติ จึงได้รับผลกระทบเร็วที่สุด ส่วนการทำปศุสัตว์ และฟาร์มโคนมก็อาจได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับราคานมวัว ในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า
ที่มา BBC News, Talking Retail และ Retail Week
ข้อมูลเพิ่มเติม/ความเห็น สคต.
จากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภคชาวสหราชอาณาจักร โดยปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค คือ ราคาและความคุ้มค่า ทั้งนี้ ผู้บริโภคมีแนวโน้มซื้อสินค้า own brand หรือ สินค้าลดราคา รวมทั้ง การใช้โปรแกรมสะสมแต้ม/สมาชิก (loyalty schemes) มากขึ้น สคต. เห็นว่าเป็นโอกาสของสินค้าอาหารประเภทเครื่องปรุงในสหราชอาณาจักร เนื่องจากชาวสหราชอาณาจักรจะหันมาทำอาหารเองที่บ้านเพิ่มขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรับประทานอาหารนอกบ้าน อย่างไรก็ดี สคต. เห็นว่าผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์กับ ผู้นำเข้าอย่างใกล้ชิด และอาจหาแนวทางร่วมกับผู้นำเข้าสินค้าในการจัดโปรโมชั่นสินค้า การจำหน่ายสินค้าแพคใหญ่ (Multipack) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค





